ค้นหา    
เร่งนายจ้างนำแรงงานพิสูจน์สัญชาติ
ความเคลื่อนไหว > เร่งนายจ้างนำแรงงานพิสูจน์สัญชาติ  

 เร่งนายจ้างนำแรงงานพิสูจน์สัญชาติ-ต่อใบอนุญาตภายในสิ้นเดือนนี้

 

นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555
เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอเร่งรัดดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว
และกัมพูชา ที่ได้รับการผ่อนผันตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ที่ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติแล้ว
ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งจากข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานข้ามชาติ ระบุว่าแรงงานข้ามชาติ
กลุ่มดังกล่าว ยังไม่มาพิสูจน์สัญชาติอยู่อีก 300,482 คน แยกเป็นสัญชาติพม่า 247,315 คน ลาว 27,793 คน และกัมพูชา
25,374 คน โดยคาดว่าบางส่วนไม่ต้องการพิสูจน์สัญชาติ บางส่วนได้ไปจดทะเบียนใหม่อีกครั้งตามมติ ครม.
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 และบางส่วนได้กลับภูมิลำเนาของตนไปแล้ว จึงประมาณว่ายังคงเหลือแรงงานข้ามชาติ
ที่จะต้องเข้าสู่การพิสูจน์สัญชาติในครั้งนี้อีกจำนวน 100,000 คน

ทั้งนี้ โดยภาพรวมนายจ้างและแรงงานข้ามชาติฯ ที่จะมากรอกแบบพิสูจน์สัญชาติและต่ออายุใบอนุญาตทำงานจะได้รับ
ความสะดวกรวดเร็วขึ้น เนื่องจากทางการพม่าได้มีการปรับปรุงวิธีดำเนินงานใหม่เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยนำระบบไอทีเข้ามาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลแทนการกรอกเอกสาร ซึ่งนายจ้างสามารถกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของ
กระทรวงแรงงานพม่า เพื่อยืนยันสัญชาติ จากนั้นกระทรวงแรงงานพม่าจะส่งอีเมลยืนยันกลับมาที่ตัวนายจ้างโดยตรง
เพื่อให้นายจ้างใช้เป็นหลักฐานพาลูกจ้างไปยืนยันตัวที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดทางการพม่า
ได้ร่วมกับทางการไทยเห็นชอบให้เปิดศูนย์พิสูจน์สัญชาติฯ เพิ่มอีก 5 แห่ง ที่กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี
และเชียงใหม่ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 แห่ง ที่จังหวัดเชียงราย ตาก และระนอง

ส่วนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชา ทางการกัมพูชาได้เข้ามาตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติที่กรุงเทพฯ และจัดให้มีหน่วยรถ
บริการเคลื่อนที่ไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีแรงงานของตนอยู่จำนวนมาก ส่วนแรงงานลาว เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีปัญหา
ในการดำเนินการพิสูจน์สัญชาติจึงใช้วิธีการส่งเอกสารเหมือนเดิม ซึ่งหลังจากนี้ไปแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงาน
ในประเทศไทยจะต้องเป็นแรงงานที่เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น ดังนั้น ต่อไปแรงงานข้ามชาติที่จะเข้ามาทำงาน
ในประเทศไทยต้องเข้ามาตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ (
MOU) ที่ไทยได้ทำไว้
กับพม่า ลาว และกัมพูชา เท่านั้น กรมการจัดหางานจึงขอให้นายจ้างที่จ้างแรงงานข้ามชาติ ที่ใบอนุญาตกำลังจะหมด
อายุปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ รีบมาดำเนินการกรอกแบบพิสูจน์สัญชาติและต่อใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักจัดหางานกรุงเทพ
เขตพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด ที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตทำงานให้ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่
28 กุมภาพันธ์ 2555 มิฉะนั้น เมื่อพ้นกำหนดไปแล้ว หากเจ้าหน้าที่รัฐตรวจพบทั้งนายจ้างและแรงงานข้ามชาติจะถูก
ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย 16-2-2555