ผ่านไปแล้วนะคะ สำหรับ “ บินข้ามลวดหนาม ” และคอนเสิร์ตไร้พรมแดน งานยักษ์ที่ทีมงานคุ้มค่า ในความรู้สึกที่ได้ทุ่มเทกันมาเป็นแรมเดือน ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกันประกาศพื้นที่เพื่อมิตรภาพ และสันติภาพ ตั้งแต่สัมมนารอบเช้า ภาพยนตร์รอบบ่าย และดนตรียามค่ำ หลายเสียงเรียกร้องให้เราจัดงานแบบนี้ทุกปี ก็ขอ แบ่งรับแบ่งสู้กันไว้ก่อนนะคะ เพราะตอนนี้ทุกคนยังสลบพักเหนื่อยอยู่ และการวิ่งไล่หางบประมาณนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ยังไงก็เปิดดูภาพสวย ๆจากงานได้ที่ www.friends-without-borders.org นะคะ ** เรื่องต่อมา ข่าวฝากจากคุณมู่หลาน อัลบั้ม “ ไร้พรมแดน ” 12 บทเพลงคัดสรรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน วางจำหน่ายแล้วที่ ร้าน B2S ทั่วประเทศ, ร้านเล่า สุดสะแนน เสียงสันติ Maximum ถ.ช้างคลาน ห้องซ้อมดนตรีสีเขียว (เชียงใหม่) และมูลนิธิกระจกเงา (เชียงราย) หรือสั่งซื้อโดยตรงที่นี่ ยิ่งถ้าซื้อร่วมกับเสื้อยืดยอดฮิต “ บินข้ามลวดหนาม ” (ดู รายละเอียดในใบแทรก) เราจะยินดีมาก ๆค่ะ ** งานหนุก ๆต่อไปก็คือการจัดประกวดงานมิวสิค วิดีโอที่ทำจากเพลงใดเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้ ดูรายละเอียดได้ที่หน้า 27 ปกหลังใน และติดตามความคืบหน้าได้จากเว็บไซท์ขอ' เรานะคะ ** ฝากจากฝ่ายเผยแพร่ สมาชิกบางท่าน คงได้รับจดหมายแจ้งว่า ถึงคราวต้องต่ออายุสมาชิกกันแล้วใช่ไหมคะ อย่าลืมกันนะคะ เรายังต้องการการสนับสนุนจากท่านเสมอ กรอกแบบฟอร์มในใบแทรก, อีเมล์ หรือโทรแจ้ง แล้วแต่สะดวก และขอความกรุณาส่งธนาณัติ หรือโอนเงินมาตามรายละเอียด ใหม่ ในใบแทรกฉบับนี้นะคะ ** สุดท้าย เรายังรับอาสาสมัครแจกนิตยสารและเผยแพร่สื่ออื่น ๆในพื้นที่ของท่านนะคะ เขียนมาคุยกันได้ที่ borders@chmai2.loxinfo.co.th แล้วพบกันใหม่ในวันฝนตกค่ะ
 

         ในขณะที่มีเสียงเรียกร้องอย่างไม่ลดละจากเครือข่ายแรงงานและองค์กรเอกชน ให้รัฐไทยหันมา รับผิดชอบแก้ไขปัญหากรณีแรงงานอพยพ 54 คนเสียชีวิตในรถตู้คอนเทนเนอร์ตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม สื่อมวลชนหลายเจ้าก็ยังมุ่งแต่จะมองข้ามซากศพไปโยงย้ำที่ประเด็นความน่าหวาดหวั่นของการมีคน “ เถื่อน ” มาอยู่กัน “ เต็มบ้านเต็มเมือง ” ไทย ทั้งยังสนับสนุนการลงโทษผู้รอดชีวิตในข้อหาลักลอบเข้าเมือง แทนที่จะมองพวกเขาเป็น “ เหยื่อการค้ามนุษย์ ” ซึ่งมิใช่อาชญากร แต่จะต้องได้รับความครองตามกฎหมาย

      บางครั้งบางคราว ดิฉันก็ชอบอ่าน SMS จากผู้ชมรายการข่าวและเล่าข่าวที่ปรากฏอยู่หน้าจอโทรทัศน์ด้วยความสงสัยใคร่รู้ แล้วก็บ่อยครั้ง ที่ดิฉันต้องรู้สึกงุนงง ขบขัน ไม่อยากเชื่อ ไปจนกระทั่งสลดรันทดกับความคิดเห็นบางประเภท เช่น เสียงสมน้ำหน้าแรงงานอพยพที่ถูกตำรวจจับขณะเล่นสงกรานต์ที่ว่า “ พม่าเล่นน้ำไม่(น่ารัก)เหมือนไทย ” และ “ ไม่มีสิทธิมาเล่นในบ้านเมืองเรา ” อย่างไรก็ดี ดิฉันก็ต้องเตือนตัวเองว่า คงไม่น่าแปลกใจนัก ที่คนในสังคมเราจะเพิกเฉยต่อความเป็นความตายและความทุกข์ยากของคนบางกลุ่มได้ถึงเพียงนี้ เพราะถ้าหันดูรอบตัวแล้ว เราก็แทบจะไม่เห็นตัวคนความเป็นมนุษย์ของผู้ลี้ภัยและแรงงานอพยพปรากฏอยู่ในการสื่อสารของสังคมเลย คนส่วนใหญ่จึงรับรู้การดำรงอยู่ของพวกเขาผ่านทางภาพอาชญากรนุ่งโสร่งในการ์ตูนหนังสือพิมพ์ ภาพแก็งมาเฟียพูดไม่ชัดในภาพยนตร์บางเรื่อง และภาพ “ คนใช้ ” บ้า ๆบอ ๆในอีกบางเรื่อง เท่านั้น

ไม่กี่อาทิตย์หลังโศกนาฏกรรมการสูญเสียชีวิตของแรงงานจากพม่า 54 คน สายตาของดิฉันก็ไปสะดุดเข้ากับ SMS ในรายการเล่าข่าวเกี่ยวกับกรณีการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ 30 คนที่ในกรุงลอนดอน ดูเหมือนว่าพอเป็นกรณีความทุกข์ยากของคนไทย คนไทยก็กลับเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า เรื่องความสมัครใจในตอนแรกว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ หรือการอยู่ในประเทศอังกฤษโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่ประเด็น หากคนกลุ่มดังกล่าวถูกล่อลวง ไม่รับทราบข้อมูลครบถ้วนแท้จริง หรือถูกปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยมหรือไม่เป็นธรรม

คงจะมีความผิดปกติบางประการกับการรับรู้ของสังคมไทยต่อผู้ที่เราพิจารณาตัดออกว่า “ ไม่ใช่พวกเรา ” เป็นแน่ ดังนี้ เพื่อรักษาอาการเพิกเฉยด้านชาและความรู้สึกเชิงบ่อนทำลายที่นับวันจะพลุ่งพล่านกันมากขึ้นทุกที เพื่อนไร้พรมแดนฉบับ “ คนส่งสาร ” จึงขอเสนอภาพศิลปะเยียวยาหัวใจมนุษย์แขนงต่าง ๆ ด้วยความหวังว่า เราทุกคนจะได้ช่วยกันส่งเสริมเผยแพร่ความงดงามแห่งศิลปะและศิลปิน ที่ได้เผยให้เราได้เห็นความเป็นมนุษย์ของกันและกันเช่นนี้

อันที่จริง เราทุกคนในฐานะที่เป็นมนุษย์สามารถเรียนรู้สุนทรียศาสตร์และทำงานศิลปะได้ ความสำคัญชองศิลปะมิได้อยู่เพียงผลลัพธ์สุดท้ายตรงหน้า หากอยู่ที่เส้นทาง เด็ก ๆในโครงการสตูดิโอซ้างที่ครูหนูเอ่ยถึงใน “ พื้นที่ให้เช่า ” และผู้คนที่ได้เดินทางร่วมกันไปสู่ความสำเร็จของภาพยนตร์ “ บทเพลงของแอ้โด้ะฉิ ” และ “ บินข้ามลวดหนาม ” ที่ผ่านมา ต่างก็ได้เรียนรู้ฝึกฝนที่จะมองโลกด้วยสายตาที่มีสมาธิ สติ และสันติมากขึ้น

เมื่อหัวใจของเราได้รับการขัดเกลาให้หลุดพ้นจากความฉาบฉวยมาสู่ความละเอียดอ่อนและเป็นเหตุเป็นผล เราจะมองเห็นหัวใจของผู้อื่นได้ และมีผู้ลี้ภัยคนหนึ่งบอกดิฉันไว้ เมื่อแสนนานมาแล้วว่า เมื่อเรามองเห็นหัวใจของผู้อื่น สันติภาพก็จะเกิดขึ้น

 

 

ด้วยความศรัทธาในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พรสุข เกิดสว่าง

 


 
 
 
 
 

"ฉบับที่ 26"
ฉบับ คนส่งสาร

พื้นที่ให้เช่า
โดย ภู เชียงดาว

                                 แม้นเป็นหนทางที่น้อยนิด

        หากเราเชื่อว่า การศึกษาจะเป็นสะพานก้าวไปสู่ความหวัง นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และช่วยให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีแล้ว ทุกสังคมก็สมควรต้องให้การสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มกำลัง การให้การศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนเป็นภาระหน้าที่ลำดับต้น ๆ ของรัฐ อย่างน้อยที่สุด เพียงการอ่านออกเขียนได้ในระดับที่ดี ก็เป็นโอกาสการพัฒนาประชากรในเชิงคุณภาพต่อไปได้ในอนาคต .......

   
   
 
 

"ฉบับที่ 25"
ฉบับ การศึกษาแห่งเสรีภาพ

แอบมองเพื่อนบ้าน
โดยปีศาจผ้าขนหนู

                                 แม้นเป็นหนทางที่น้อยนิด

        หากเราเชื่อว่า การศึกษาจะเป็นสะพานก้าวไปสู่ความหวัง นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และช่วยให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีแล้ว ทุกสังคมก็สมควรต้องให้การสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มกำลัง การให้การศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนเป็นภาระหน้าที่ลำดับต้น ๆ ของรัฐ อย่างน้อยที่สุด เพียงการอ่านออกเขียนได้ในระดับที่ดี ก็เป็นโอกาสการพัฒนาประชากรในเชิงคุณภาพต่อไปได้ในอนาคต .......

   
   
 
 

"ฉบับที่ 24"
ฉบับ เหนือโค้งรุ้ง

ดื่มชา
โดยหลานน้องหมู

                                           ละครชีวิต

        เอาเข้าจริงแล้ว ความมุ่งหวังของคน ๆหนึ่งก็อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆธรรมดาๆ แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องเล็กและธรรมดาที่คนเราจะมีความมุ่งหวังที่แท้ โดยก้าวไปให้ถึงฝั่งฝัน.......

   
   
 
 

"ฉบับที่ 23"
ฉบับ สันติยุติธรรม

ห้องรับแขก
โดย มึ กะ ปอ

ความหวังของฉัน

        ฉันเป็นชาวกะเรนนีจากรัฐกะเรนนีในประเทศพม่า ฉันอายุได้ 16 ปี พ่อแม่พี่น้องยังอยู่ในรัฐกะเรนนี ในพื้นที่ที่เราอยู่นั้น พอจะอยู่ได้ไปวัน ๆ หลบกองทัพพม่าไปได้แต่ละวัน แต่ไม่มีโรงเรียน หรืออันที่จริงถ้ามี ก็คงอันตรายเกินกว่าที่ฉันจะกล้าไปเรียนได้ .....


   
   
 
 

"ฉบับที่ 22"
ฉบับ เสรีภาพแห่งการเดินทาง

รอยเท้าเล็กเล็ก
โดย ซอ

ทางแยก

          ดึกแล้ว ค่ำคืนนี้ผมนอนไม่หลับ ผมคิดถึงใครคนหนึ่งที่ได้จากผมไปสามเดือนกว่าแล้ว ข่าวคราวเงียบหายไปนาน แต่คน ๆนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผมเสมอ.......

 


   
   
 
 

"ฉบับที่ 21"
ฉบับ พลเมือง

 ดื่มชา
โดย แม่น้ำไร้พรมแดน

พลเมืองเต็มขั้น


    เป็นเวลาร่วมห้าปีที่ฉันไม่ได้พบหน้าอองนาย ครั้งสุดท้ายที่เรามาดื่มชาร่วมกัน คือการสนทนาเพื่อรวบรวมเนื้อหาสำหรับหนังสือบทสัมภาษณ์ “ คนทอตะวัน ” นักกิจกรรมหลากชาติพันธุ์จากประเทศพม่า 11 คน ในวันนั้น อองนายบอกฉันว่า แม้พม่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เขาก็ไม่หวังผลเลิศ เพราะความหวังของเขาอยู่ที่ความเข้มแข็งของประชาชนพลเมือง....

   
   
 
 
"ฉบับที่ 20"
ฉบับ รากของชีวิต

แอบมองเพื่อนบ้าน
ปีศาจผ้าขนหนู

หรือไร้เรื่องราวจะเล่าขาน

    หลังจากตกปากรับคำที่จะเขียนเรื่องราวของเมืองไทยและเพื่อนบ้าน
ผมก็หนักใจยิ่งนักด้วยตัวเองยังหนุ่มแน่นอาจจะให้ยากต่อการสะท้อน
เรื่องราวบอกเล่าประสบการณ์ตรง.....

   
   
 
 

"ฉบับที่ 19 "
ฉบับ
พลังพรุ่งนี้

พื้นที่ให้เช่า
โดย ปีกุน

กู คลับ ฯ

หนึ่งในความฝันของคนวัยรุ่นหนุ่มสาวจำนวนมากคงไม่ยากเกินเดา นั่นก็คือ ดนตรี แต่ใครสักคนในโลกของผู้ใหญ่ก็มักจะบอกง่าย ๆว่า ยังไงพวกเขาก็ทำได้แค่เล่นดนตรี เพราะดนตรีเป็นอาชีพที่ดีและมั่นคงได้ยาก

   
   
 
 

"ฉบับที่ 18"
ฉบับ
เฉลิมฉลองมิตรภาพ

รอยเท้าเล็กเล็ก
โดย ซอ

บันทึกสิ้นปี

เป็นครั้งที่หกแล้ว ที่ กิจกรรมสายสัมพันธ์นักเรียนชาวกะเหรี่ยงในชุมชน
ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามแถบชายแดนในประเทศพม่า ได้ดำเนินก้าวต่อด้วยแรงบันดาลใจจากครู ชุมชน และผู้นำกลุ่มความขัดแย้ง