ในขณะที่มีเสียงเรียกร้องอย่างไม่ลดละจากเครือข่ายแรงงานและองค์กรเอกชน ให้รัฐไทยหันมา รับผิดชอบแก้ไขปัญหากรณีแรงงานอพยพ 54 คนเสียชีวิตในรถตู้คอนเทนเนอร์ตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม สื่อมวลชนหลายเจ้าก็ยังมุ่งแต่จะมองข้ามซากศพไปโยงย้ำที่ประเด็นความน่าหวาดหวั่นของการมีคน เถื่อน มาอยู่กัน เต็มบ้านเต็มเมือง ไทย ทั้งยังสนับสนุนการลงโทษผู้รอดชีวิตในข้อหาลักลอบเข้าเมือง แทนที่จะมองพวกเขาเป็น เหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งมิใช่อาชญากร แต่จะต้องได้รับความครองตามกฎหมาย
บางครั้งบางคราว ดิฉันก็ชอบอ่าน SMS จากผู้ชมรายการข่าวและเล่าข่าวที่ปรากฏอยู่หน้าจอโทรทัศน์ด้วยความสงสัยใคร่รู้ แล้วก็บ่อยครั้ง ที่ดิฉันต้องรู้สึกงุนงง ขบขัน ไม่อยากเชื่อ ไปจนกระทั่งสลดรันทดกับความคิดเห็นบางประเภท เช่น เสียงสมน้ำหน้าแรงงานอพยพที่ถูกตำรวจจับขณะเล่นสงกรานต์ที่ว่า พม่าเล่นน้ำไม่(น่ารัก)เหมือนไทย และ ไม่มีสิทธิมาเล่นในบ้านเมืองเรา อย่างไรก็ดี ดิฉันก็ต้องเตือนตัวเองว่า คงไม่น่าแปลกใจนัก ที่คนในสังคมเราจะเพิกเฉยต่อความเป็นความตายและความทุกข์ยากของคนบางกลุ่มได้ถึงเพียงนี้ เพราะถ้าหันดูรอบตัวแล้ว เราก็แทบจะไม่เห็นตัวคนความเป็นมนุษย์ของผู้ลี้ภัยและแรงงานอพยพปรากฏอยู่ในการสื่อสารของสังคมเลย คนส่วนใหญ่จึงรับรู้การดำรงอยู่ของพวกเขาผ่านทางภาพอาชญากรนุ่งโสร่งในการ์ตูนหนังสือพิมพ์ ภาพแก็งมาเฟียพูดไม่ชัดในภาพยนตร์บางเรื่อง และภาพ คนใช้ บ้า ๆบอ ๆในอีกบางเรื่อง เท่านั้น
ไม่กี่อาทิตย์หลังโศกนาฏกรรมการสูญเสียชีวิตของแรงงานจากพม่า 54 คน สายตาของดิฉันก็ไปสะดุดเข้ากับ SMS ในรายการเล่าข่าวเกี่ยวกับกรณีการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ 30 คนที่ในกรุงลอนดอน ดูเหมือนว่าพอเป็นกรณีความทุกข์ยากของคนไทย คนไทยก็กลับเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า เรื่องความสมัครใจในตอนแรกว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ หรือการอยู่ในประเทศอังกฤษโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่ประเด็น หากคนกลุ่มดังกล่าวถูกล่อลวง ไม่รับทราบข้อมูลครบถ้วนแท้จริง หรือถูกปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยมหรือไม่เป็นธรรม
คงจะมีความผิดปกติบางประการกับการรับรู้ของสังคมไทยต่อผู้ที่เราพิจารณาตัดออกว่า ไม่ใช่พวกเรา เป็นแน่ ดังนี้ เพื่อรักษาอาการเพิกเฉยด้านชาและความรู้สึกเชิงบ่อนทำลายที่นับวันจะพลุ่งพล่านกันมากขึ้นทุกที เพื่อนไร้พรมแดนฉบับ คนส่งสาร จึงขอเสนอภาพศิลปะเยียวยาหัวใจมนุษย์แขนงต่าง ๆ ด้วยความหวังว่า เราทุกคนจะได้ช่วยกันส่งเสริมเผยแพร่ความงดงามแห่งศิลปะและศิลปิน ที่ได้เผยให้เราได้เห็นความเป็นมนุษย์ของกันและกันเช่นนี้
อันที่จริง เราทุกคนในฐานะที่เป็นมนุษย์สามารถเรียนรู้สุนทรียศาสตร์และทำงานศิลปะได้ ความสำคัญชองศิลปะมิได้อยู่เพียงผลลัพธ์สุดท้ายตรงหน้า หากอยู่ที่เส้นทาง เด็ก ๆในโครงการสตูดิโอซ้างที่ครูหนูเอ่ยถึงใน พื้นที่ให้เช่า และผู้คนที่ได้เดินทางร่วมกันไปสู่ความสำเร็จของภาพยนตร์ บทเพลงของแอ้โด้ะฉิ และ บินข้ามลวดหนาม ที่ผ่านมา ต่างก็ได้เรียนรู้ฝึกฝนที่จะมองโลกด้วยสายตาที่มีสมาธิ สติ และสันติมากขึ้น
เมื่อหัวใจของเราได้รับการขัดเกลาให้หลุดพ้นจากความฉาบฉวยมาสู่ความละเอียดอ่อนและเป็นเหตุเป็นผล เราจะมองเห็นหัวใจของผู้อื่นได้ และมีผู้ลี้ภัยคนหนึ่งบอกดิฉันไว้ เมื่อแสนนานมาแล้วว่า เมื่อเรามองเห็นหัวใจของผู้อื่น สันติภาพก็จะเกิดขึ้น
ด้วยความศรัทธาในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
พรสุข เกิดสว่าง